มาาแล้ววววววววว.......กลับมาแล้วครับ หายไปนาน หลังจากที่ผมบอกว่าจะหยุดอัพบลอกไป เผชิญหน้ากับสิ่งทีสำคัญกว่า คือโลกอันกว้างใหญ่วันนี้ผมจึงอยากขอนอกเรื่องแฮร์รี่ครับ นำเสนอประสบการณ์ไปต่างประเทศของผมเป็นครั้งแรก แค่ผมเขียนก็หุบยิ้มไม่ลงแล้ว และยังสงสัยอยู่ว่า จะหุบยิ้มได้หรือเปล่า.........
ครั้งแรกที่ผมจะขึ้นเครื่อง ตอนสแกนกระเป๋าก็ต้องชะงักซะแล้ว เพราะผมดันมีคัตเตอร์(ที่ติดอยู่ในกล่องดินสอ) อยู่ในกระเป๋า ทำให้พนักงานที่สนามบินมาสอบถามรื้อกระเป๋าผมยกใหญ่ แต่ท้ายสุดเขาก็ริบคัตเตอร์ไป แล้วผมก็ ขึ้นเครื่องมาด้วยดี
ผมรู้สึกเหมือนฝันเลยครับเวลาขึ้นเครื่อง เวลาที่พื้นดินออกห่างตัวไปแล้วแล่นไปบนเหนือก้อนเมฆ ภายใน2 ชั่วโมง แต่ที่จริงคงเป็นสาม เพราะเวลาที่สิงคโปร์เร็วกว่าชั่วโมงนึงครับ ก็แปลกๆเหมือนกัน
มีคนมาคอยถือชื่อเรียกผมกับน้าครับเพื่อจะนำไปส่งที่โรงแรมครับ ผมอยากมีซักแปดตา ดูความอลังการรอบๆ เมืองที่มีการวางแผนและจัดระเบียบเป็นอย่างดี
ที่นี่ คือ Holiday inn Atrium ครับ อยู่บริเวณ Zion Road ครับ ลองเดินเข้าไปดูข้างในดีกว่าครับ
อันนี้ด้านนอกโรงแรมครับ
สิ่งที่ผมอึ้งคงนี่ล่ะ นี่ผมมองจากร็อบบี้ข้างล่างขึ้นไปครับ ต้องใช้การ์ดรูด ถึงจะกดปุ่มลิฟท์ได้ครับ ใช้บัตรทุอย่าง จะเข้าห้อง จะเปิดไฟ
ภาพนี้สวยมากครับ ผมตั้งเป็น wallpaper ไปในคอมทุกเครื่องแล้วตอนนี้ เป็นโรงแรมที่มี 24 ชั้นครับ แล้ว อาหารเช้าจะมีให้ฟรีครับ นอกนั้นต้องหากินเอง ได้ใช้ภาษาอังกฤษด้วยล่ะ เรียนมาก็ใช้ประโยชน์วันนี้เองนี่ล่ะ
พอเช็ค-อินเสร็จ ผม น้าสองคน กับลูกพี่ลูกน้องผมก็ไปเดินเที่ยวเล่นกันครับ ตั้งใจจะไป Merlion park ก็ที่มีสิงโตพ่นน้ำนั่นแหละ ก็ถ่ายรูปบ้านเมืองเขาไปเรื่อย บ้านเมืองเขาคงจะฝังพวกสายไฟลงดินมั้งครับ เพราะ ไม่มีให้เห็นระเกะระกะตาเหมือนเมืองไทยเลย
นี่ครับถ้าไม่ได้มาถ่ายรูปที่นี่ คงหมายความว่ามาไม่ถึงครับ
ลูกพี่ลูกน้องผม ในปีที่แล้วยังเตี้ยกว่าผมอยู่เลย ตอนนี้สูงกว่าซะแล้ว
โดมข้างหลังเป็นโรงละครครับ แต่ไม่ได้เข้าไป กลัวเสียตัง เพราะว่าแค่ค่า ข้าวกับน้ำก็อย่างละ 5 เหรียญครับ ตกประมาณอย่างละ 125 บาทไทย ได้กินอาหารเขาไปหน่อยให้ความรู้สึกแปลกๆครับแต่กินได้
สิงสถิตอยู่แถวนี้นานมาก
จนเริ่มมืด........
แล้วมืดสนิท........
จะบอกให้นะครับ บ้านเมืองเขาไม่มีหมาเลยซักตัว คนจะเลี้ยงได้ต้องมีวุฒิบัตรครับ จะเป็นขอทานก็ต้องมีวุฒิบัตรเหมือนกันน่ะครับ ไม่ได้จะถือกะโหลกกะลา แล้วเป็นกันง่ายๆ ที่ผมผ่านมาไม่เจอสองอย่างนี้เลย ยุงก็ไม่มีซักตัว ที่ผ่านมาตรงถังขยะ เจอแมลงวันอยู่ตัวเดียว!?! แถมรถก็เปลี่ยนทุกสิบปีแล้ว ถนนจะไม่ได้ตัดเรียบๆแบบประเทศเราครับ เขาจะปล่อยให้ขึ้นเนิน ลง เนิน ตามธรรมชาติครับ ต้นไม้ใหญ่โต ขึ้นขนัด สองข้างทาง ทำให้ไม่มีมลพิษเลยครับ
ส่วนภาพล่างนี่ผมเคยเห็นในรายการกล่องดำครับ เขาเรียกว่า Fountain Of Wealth หรือน้ำพุแห่งความ มั่งคั่ง ครับ ผมอยากเห็นมานานแล้ว เพราะว่าเมื่อวานไม่ได้ดูแผนที่ มันอยู่ด้านหลังโรงละครไปนิดเดียวเท่านั้น ผมกำลังเสียดายแต่ปรากฎ วันรุ่งขึ้นเป็นวันที่ไกด์จะพาเราขึ้นรถทัวร์นำเที่ยวครับ ดันผ่านพอดี เลยถ่ายรูปตอนอยู่บนรถทัวร์ได้อย่างฉิวเยด ถ้าพลาดไป เสียดายแย่เลย...
ไกด์นำเที่ยวผมชื่อลินครับ ภาษาอังกฤษ เขาเคลียมากครับ จนผมไม่คิดว่าผมจะสามารถฟังภาษาอังกฤษของคนต่างประเทศ ยาวๆได้โดยเข้าใจทุกคำพูด พาเราไปขึ้น Cable Car ครับเพื่อข้ามไปยังเกาะ SenTosa ซึ่งเป็นเกาะที่อยู่ห่างจากสิงค์โปร์ไปหน่อยครับ แต่ขากลับจะมีสะพาน
เห็นได้ชัดว่าทำหรูมากครับ สูงตั้ง 50 เมตร กลไกสุดยอดจริงๆ
วิวจากข้างบน ไม่กล้าถ่ายมากครับเพราะฝรั่งนั่งบังอยู่ฝั่งตรงข้ามเต็มคันเลยครับ พอลงมาจะมีถทัวร์ พเราไปต่อยัง Dolphin lagoon เป็การโชว์ปลาโลมาสีชมพูครับ ซื้อของที่ระลึกมานิดหน่อย ส่วนปลามองไม่ค่อยเห็นครับ ขนาดซูมภาพแล้ว อยู่ไกลมากก..
จากนั้น รถทัวร์พาเราขึ้นไปยัง Fort Siloso ครับ เหมือนเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ของเขานั่นแหละครับ น่าเบื่อนิดหน่อย มีวีดีโอให้ฟังด้วย ฟังออกตอนจบ
ก็เลยให้น้าถ่ายรูปตัวเองไว้หน่อยจะได้รู้ว่ามาแล้ว
จากนั้นมาที่ๆผมรอคอยที่สุดครับ Under Water World ทำหรูกว่าบึงฉวากครับ และพนันได้ว่าดีกว่าพารากอน
นี่แค่เริ่มต้น...
ทางเขาจะเป็นสายพานเลื่อนไปเรื่อยๆครับ ปลาดูแข็งแรงดี เห็นเพื่อนบอกว่าที่พารากอน ปลาชักอยากจะเริ่มกลับบ้านเก่ากันแล้ว
ที่จริงถ่ายไว้เยอะก่านี้ครับ ทั้ง วีดีโอ อะไร สารพัด แต่คงเอามาลงให้ดูได้ไม่หมดครับ
พวกผมกับน้า แล้วลูกพี่ลูกน้องผม เดินอยู่ในนั้นตั้งสองรอบ ทำให้ไม่มีเวลามาซื้อของฝากเลย!! เสียดายโคตร เพราะไกด์นัดเวลาให้เราต้องไปดู Musical Fountain ต่อครับ ถ้าไม่รีบไปจะไม่มีที่ แต่ก่อนหน้านี้แอบซื้อของที่ระลึกมาได้นิดหน่อย ภาพล่างนี่คือ Merlion ตัวพ่อครับใหญ่ที่สุด ปล่อยให้คนเข้าไปดูข้างในได้ครับ แต่ว่า ไม่มีอยู่ในรายการทัวร์
นั่งรอตั้งนาน น้ำพุเต้นระบำของเราก็เริ่มแล้วครับ แต่ไม่ได้อยู่แถวกลางๆน่ะ เต็มหมด เวลามันฉีดม่านน้ำแล้วมี ตัวละครจะถ่ายไม่ค่อยเห็น
มีพ่นไฟให้ตกใจด้วย ร้อนหน้าไปหมด
วันสุดท้ายไปเจอกับลูกพี่ลูกน้องอีกคนไปเดินแถว Orchard ครับ เป็นย่านสรรพสินค้าที่นั่น หรูมากๆ และดูดีมากๆ คงอยู่ได้ไม่เบื่อเลยล่ะ
สุดท้ายนี้ผมคงบอกว่า รักพ่อกับแม่มากๆเลย ที่เสียสละให้ผมไปในครั้งนี้ เห็นแง้มๆว่าผมอาจจะได้ไปดิสนีย์แลน ที่ฮ่องกงด้วยล่ะ แค่คิดก็สนุกแล้ว ไปกับลูกพี่ลูกน้องผมนี่ล่ะ แต่ผมคิดถึงสิงคโปร์เสมอเลยล่ะ เพราะยังเหลือที่ๆยังไม่ได้ไปด้วยล่ะ เพราะไปแค่สามวัน คราวหน้าตอนปิดเทอม แม่บอกว่า จะกลับไปก็ได้ ทีนี้ผมคงได้ไปแล้วล่ะ Science Center.......
edit @ 2006/10/11 00:00:21




























อร่อย