เฮ้อ! ในที่สุดการรอคอยที่ยาวนานก็สิ้นสุดลงซักที (แล้วก็อัพซักทีด้วย) ผมเพิ่งไปดูมาเมื่อวันศุกร์ล่ะ รอบหกโมงครึ่ง ที่เดอะมอลล์ งามวงศ์วานซึ่งผมต้องยอมโดดวิชาฟิสิกข์มาชั่วโมงนึงแนะ ไม่งั้นไปไม่ทันแน่ และแล้ว ผมก็ได้มาปรากฎตัวต่อเพื่อนๆเก่าของผม ซึ่งก็เหลือเวลาอีกซัก 30 นาทีได้(อาจารย์ครับ....ผมต้องไปธุระกับพ่อตอน ห้าโมงครับ)
"บูม ไม่กินอะไรหรือไง"
"ไม่อ่ะกินไม่ลง"
"แค่ดูแฮร์รี่ก็อิ่มแล้วใช่มะ"
"ไม่ช่ายอย่างน้านนน!!!"
จากนั้นไม่รอช้า (หรือรอจนพวกมันกินกันเส็ด) ก็รีบขึ้นไปยังชั้นบนสุดทันที ที่นั่นผมก็ได้ซื้อป๊อบคอร์นมานั่งรอกับเพื่อน ซักพักผมกับเพื่อน ชง รันยู กะโอต ก็มานั่งชื่นชมดู ตั๋วเข้าโรงหนังที่ ชง มันจองไว้ และแล้ว สายตาก็เหลือบไปเห็นสิ่งที่ต่างกันในตั๋วของโอ๊ตนั่น
"เฮ้ย!!!! นี่มันดูวันที่ 17 ไม่ใช่เรอะ นี่มันวันที่ 18 แล้ว" รันยูชี้ไปยังตั๋วของโอ๊ต ที่ ชง มันจองให้หลังจากที่ ชง จองของพวกผมให้แล้ว ซึ่งสรุปง่ายๆ ว่าวันของพวกผมถูกต้อง แต่ของโอ๊ต นี่สิ
"แกเอาป็อบคอร์น กลับไปกินที่บ้านแล้วกัน"
"เฮ้ย!! "โอ๊ตพูด (เริ่มหน้าเสียแล้วทีนี้)
แต่สุดท้ายเพื่อนผมก็ไปคุย ตกลงกันที่พนักงาน ซึ่งก็เดินนำขบวนมา หยั่งกะจับขโมยได้ หรืออะไรอย่างนั้น ตอนนั้นเพื่อนผมมันก็คิดอยู่ในใจว่าคงได้นั่งแถวหน้า อ่านซับ กันปวดคอแน่ๆ แต่ปรากฎว่า
มันได้นั่งแถวบนสุดเลย แบบว่าที่ดีกว่าพวกผมมากๆ (พวกผมนั่งแถวๆกลางโรงน่ะ) ปรากฎว่าเป็นที่นั่งสำรองกรณีเกิดเหตุพิพาท อะไรทำนองนั้น
หนังสนุกมากๆ เลยครับ เป็นการก้าวขั้นที่อลังการกว่าภาค3 มากๆ เลย ถ้าจะว่าหนังมีข้อเสียตรงไหน ก็ตรงที่ค่อนข้างจะติดตลกมากไปหน่อยนั่นแหละ อาจเพราะว่าผู้กำกับเรื่องนี้ กำกับหนังถนัดแนวติดตลก โรแมนติกแบบนั้น ที่ผมว่าฮาๆ ก็มีตรงนี้(สปอยครับ ผู้ที่ยังไม่ดู และกำลังจะไปดู จงเลื่อนผ่านไปเร็วๆ)
-ฉากที่ กุญแจนำทาง พวกแฮร์รี่ รอน เฮอร์ไมโอนี่ เฟร็ด จอร์จ จินนี่ ตกลงมากันอย่างดูไม่ได้กันซะเลย แต่พวกผู้ใหญ่ นายวีสลีย์ เซดดริก และเอมอส (พ่อของเซดดริก) ร่อนกันลงมาอย่างสง่างาม
-ฉากที่มักกอนนากัล สอนรอนให้เต้นรำตามจังหวะ ท่ามกลางสีหน้าสะอิดสะเอียนของรอน
-ฉากที่ แฮร์รี่แอบมองโช ขณะอยู่บนรถไฟฮอกวอตส์ ไม่ได้ฮาหนังนะ แต่ฮาเพื่อนผมที่กระซฺบข้างๆว่า"รับไม่ด้ายยยยยยยย"
-ฉากที่รอนกะแฮร์รี่เพิ่งคืนดีกัน แล้วเฮอร์ไมโอนี่พูดด้วยน้ำตา "โถ..เด็กเอ๋ย"เหมือนเสียงเวลาแม่ปลอบลูก
-ฉากริต้าแทบทุกฉาก นักข่าวของเราคนนี้ ทำให้ผมรู้สึกฮาดี
-ฉากเมอร์เทิลจอมคร่ำครวญ คราวนี้เมอร์เทิลมาแบบยั่วมากๆเลย
-ฉากมัลฟอยกลายเปนตัวเฟเร็ต บางทีถ้ากระแทกพื้นคงจะสะใจกว่านี้ แต่อาจจะกลัวองค์กรสัตว์โลกท้วงติงก็ได้
-ฉากที่มาดามมักซิม จิก(อะไรซักอย่างที่อาจจะเป็นเห็บ)ขจากเคราแฮกริดแล้วกิน อย่างเอร็ดอร่อย
-ฉากที่แฮกริดพูดจีบมาดามมักซิม แล้วแฮร์รี่ทำท่าแหวะ เพราะเลี่ยน
นอกนั้นผมก็นึกไม่ค่อยออกแล้วล่ะ เพราะว่าฉากตลกเยอะมาก แต่สิ่งที่ผมอยากให้มีจริงๆในภาคนี้คงเป็น...
-ควิดดิช เวิลด์คัพ มีน้อยโคตรๆ
-โช เกือบจะน่ารักและ แต่ยังสู้เฮอร์ไม่ได้
-โวลเดอร์มอร์เสียงไม่ค่อยมีอำนาจเท่าไร
-ตัดเยอะมาก
และนั่นก็คือ สิ่งแค่ไม่กี่อย่างที่ขัดใจผม แต่ขอสรุปว่า
-หนังดีมาก อลังการมาก แสดงพลัง และซาวน์เอฟเฟ็กต์ดีมาก
-เปิดตัวได้ขลังมาก ด้วยฉากบ้านริดเดิ้ล
-ถึงจะตัดฉากต่างๆไปมาก แต่เก็บหัวใจเรื่องได้หมด ไม่มีคำถามเหมือนภาคก่อนๆ ว่าทำไมต้องเป็นอย่างนั้น ทำไมเป็นอย่างนี้
-เวลา ถึงแม้ว่าจะบอกว่ายาวประมาณ 2ชั่วโมง30 แต่รู้สึกเร็วจังเลยเพราะนั่นไหลลื่นมาก
พอดูจบพวกผมก็ยังคงเดินคุยกัน จนกระทั่งมีคนนึง ที่ดูเหมือนจะมีปัญหา(ในการพูดภาษาไทยให้ชัด) ถามว่า...
"ตยอนที่ย์ฮ้ามีย์ชื่อว์ว่าอะไรย์"
"เออ...ภาคีนกฟินิกส์ครับ-_-"
"ภาคย์นี่ส์โวล์เดอมอร์ออกมาหรือเปล่าย์"
"ครับ สู้กันมันหยดติ๋งเลย"
เพื่อนยังอุตส่าห์ตอบแบบอยากคุยต่อ เพราะผมฟังไม่ค่อยออกจิงๆครับ ไม่ได้ว่าอะไรเขาหรอกนะ จากนั้นก็ถามถึงหนังภาค6 ว่าวื่ออะไร ซึ่ง เขาคงต้องรออีกนานเป็นชาติทีเดียว กว่าจะได้ดูสุดท้ายก็เดินจากไปและผมก็ชวนเพื่อนรีบเผ่นไปจากตรงนั้นดีกว่า ดูเหมือนว่าพวกเราจะคุยกันตลอดทางลงมาเลย ผมรู้สึกว่าอยากนั่งคุยกับเขาไปเรื่อยๆ แม้ว่าจะดึกแล้วก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ซึ่งผมซึ่งอยู่ต่างโรงเรียน จะได้มาเจอ มาคุยกับเขา ต่อเติมสานสัมพันธ์ให้คงอยู่ต่อไป และแล้วผมก็ประกาศประกาศิตออกมา
"เจอกันภาค 5"
"ได้เลย"
และแล้วทุกคนก็แยกย้ายกันไป งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา ตราบที่ยังไม่สิ้น ชีวิตก็ต้องดิ้นกันไป(พิมไปปาดน้ำตาไป).............
สรุปก็คือแฮร์รี่ พอตเตอร์ภาคนี้เป็นหนังที่ดีมาก ทำได้ดีที่สุดกว่าทุกๆภาคที่ผ่านมาเลย ใครที่ยังไม่ได้ดู ก็ลองไปดูกันซะนะ ขอบคุณที่เสียเวลามาอ่านกันนะ ก็จะพยายามอัพข่าวแฮร์รี่ตอไปตราบนานเท่านาน.............สวัสดี555+